Thursday, November 27, 2025

🌐 โอเพนซอร์ส (Open Source): พลังแห่งการแบ่งปันที่ขับเคลื่อนโลกดิจิทัล

     โอเพนซอร์ส (Open Source)   หมายถึงซอฟต์แวร์หรือเทคโนโลยีที่ เปิดเผยซอร์สโค้ด (Source Code) ให้ทุกคนสามารถเข้าถึง ดู, ศึกษา, แก้ไข, และนำไปใช้หรือแจกจ่ายต่อได้อย่างเสรี นี่คือแนวคิดที่ต่างจากซอฟต์แวร์แบบปิด (Proprietary Software) ที่ซ่อนซอร์สโค้ดไว้และมีเพียงเจ้าของเท่านั้นที่แก้ไขได้
🤝 กำเนิดแห่งการแบ่งปัน

แนวคิดโอเพนซอร์สมีรากฐานมาจากการแบ่งปันในชุมชนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ยุคแรก แต่เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในช่วงทศวรรษ 1980 และ 1990 โดยมีโครงการสำคัญอย่างระบบปฏิบัติการ Linux และเว็บเซิร์ฟเวอร์ Apache เป็นผู้บุกเบิก

หลักการของโอเพนซอร์สอยู่บนพื้นฐานของ ความร่วมมือ (Collaboration) และ ความโปร่งใส (Transparency) นักพัฒนาจากทั่วโลกสามารถช่วยกันตรวจสอบ, แก้ไขจุดบกพร่อง (Bugs), และเพิ่มคุณสมบัติใหม่ ๆ ให้กับซอฟต์แวร์ได้ตลอดเวลา



💰 การใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายด้านลิขสิทธิ์

หัวใจสำคัญที่ทำให้โอเพนซอร์สเป็นที่นิยมคือ การใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายด้านลิขสิทธิ์ (Free of License Fees) แม้ว่าคำว่า "Free" จะหมายถึง "เสรี" (Freedom) เป็นหลัก แต่ในทางปฏิบัติ ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สส่วนใหญ่สามารถดาวน์โหลดและใช้งานได้โดย ไม่เสียค่าใช้จ่าย ทำให้เกิดการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงได้ในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็ก, นักเรียน, นักศึกษา, หรือประเทศกำลังพัฒนา

โอเพนซอร์สไม่ใช่แค่โปรแกรมเล็ก ๆ แต่เป็นรากฐานของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน:

  • อินเทอร์เน็ต: เว็บเซิร์ฟเวอร์กว่า 60% ทั่วโลกใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส (เช่น Apache และ Nginx)

  • ระบบปฏิบัติการ: Android (บนสมาร์ทโฟนกว่า 70% ของโลก) สร้างขึ้นบนรากฐานของ Linux ซึ่งเป็นโอเพนซอร์ส

  • โครงสร้างคลาวด์: ระบบจัดการคอนเทนเนอร์อย่าง Kubernetes และเทคโนโลยีคลาวด์จำนวนมากก็เป็นโอเพนซอร์ส

  • ปัญญาประดิษฐ์ (AI): TensorFlow และ PyTorch ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์กหลักสำหรับการสร้าง AI และ Generative AI ก็เป็นเครื่องมือโอเพนซอร์ส

โอเพนซอร์สคือกลไกสำคัญที่ทำให้ เทคโนโลยีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและราคาไม่แพง ซึ่งส่งผลกระทบต่อโลกในหลายมิติ:

  • นวัตกรรมที่เร็วขึ้น: การที่ทุกคนเห็นรหัสทำให้การเรียนรู้และต่อยอดทำได้ง่าย ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ (Don't reinvent the wheel) ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างรวดเร็ว

  • ความยืดหยุ่นและปรับแต่งได้: องค์กรหรือผู้ใช้งานสามารถปรับแก้ซอฟต์แวร์ให้ตรงกับความต้องการเฉพาะของตนเองได้ ต่างจากซอฟต์แวร์ปิดที่ต้องรอการอัปเดตจากบริษัทเจ้าของ

  • ความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย: เมื่อซอร์สโค้ดเปิดสู่สาธารณะ ทำให้มีนักพัฒนาหลายพันคนช่วยกันตรวจสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถค้นหาและแก้ไขช่องโหว่ได้เร็วกว่า

โอเพนซอร์ส คือปรัชญาที่พิสูจน์แล้วว่า การแบ่งปันคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังสร้างระบบนิเวศของนวัตกรรมที่เปิดกว้างและรวดเร็ว ทำให้เทคโนโลยีล้ำหน้าไม่ได้ผูกขาดอยู่กับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่เป็นสมบัติร่วมกันของมนุษยชาติที่ขับเคลื่อนโลกไปข้างหน้าอย่างแท้จริง

Wednesday, November 26, 2025

Generative AI [ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์] : ศิลปินและนักคิดคนใหม่ในโลกดิจิทัล

 Generative AI  [ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์] 

จากการประมวลผล " สู่ " การสร้างสรรค์

เราคุ้นเคยกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในรูปแบบที่ใช้ ประมวลผล ข้อมูล เช่น การจัดเรียงอีเมล (Spam Filter) หรือการแนะนำสินค้า (Recommendation System) แต่เทคโนโลยีล่าสุดที่กำลังเปลี่ยนโลกคือ ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI)

Generative AI คือ AI ที่ไม่ได้แค่เรียนรู้และวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่ แต่มีความสามารถในการ สร้างสรรค์ (Generate) ผลลัพธ์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนได้ด้วยตัวเอง ผลลัพธ์เหล่านี้อาจอยู่ในรูปแบบของ ข้อความ (Text), รูปภาพ (Images), เสียง (Audio), หรือแม้กระทั่ง วิดีโอ (Video)

Generative AI ทำงานโดยอาศัย โมเดล (Models) ที่ได้รับการฝึกฝนด้วยชุดข้อมูลขนาดมหาศาล (Big Data)



ลองนึกภาพว่าเราให้ AI อ่านหนังสือและชมภาพยนตร์ทั้งหมดบนโลกใบนี้ AI จะไม่ได้จำเนื้อหาทั้งหมด แต่จะเรียนรู้ รูปแบบ (Patterns) และ ความสัมพันธ์ (Relationships) ระหว่างข้อมูลเหล่านั้น

  • ตัวอย่าง: AI เรียนรู้ว่า "รถ" มักจะตามด้วย "วิ่งบนถนน" และ "ท้องฟ้า" มักมี "เมฆ" หรือ "ดาว"

  • โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models: LLMs): คือโมเดล Generative AI ที่เชี่ยวชาญด้านข้อความ เป็นเทคโนโลยีเบื้องหลังของเครื่องมืออย่าง ChatGPT หรือ Gemini โมเดลเหล่านี้เก่งในการทำนายคำหรือประโยคถัดไปได้อย่างเป็นธรรมชาติเหมือนมนุษย์


ผู้ใช้งานสื่อสารกับ Generative AI ผ่านการใส่ พร้อมท์ (Prompt) ซึ่งเป็นคำสั่งหรือข้อความที่อธิบายถึงสิ่งที่ต้องการให้ AI สร้างสรรค์

  • Prompt สำหรับข้อความ: "เขียนบทกวีสั้น ๆ เกี่ยวกับหุ่นยนต์ที่ตกหลุมรักดวงจันทร์"

  • Prompt สำหรับรูปภาพ: "สร้างภาพวาดสีน้ำมันของแมวในชุดอวกาศกำลังดื่มกาแฟ"

  • ผลลัพธ์: AI จะใช้ความรู้ที่เรียนรู้มา สร้างผลงานที่ตรงตามคำสั่งนั้น ๆ ขึ้นมาใหม่ทันที


แม้ Generative AI จะทรงพลัง แต่ก็มาพร้อมกับความท้าทายที่ต้องตระหนัก:

  • ข้อมูลบิดเบือน (Hallucination): บางครั้ง AI อาจสร้างข้อมูลที่ฟังดูน่าเชื่อถือ แต่ความจริงแล้ว ผิดพลาดหรือไม่เป็นความจริง ผู้ใช้จึงต้องตรวจสอบข้อมูลเสมอ

  • ลิขสิทธิ์และจริยธรรม: การที่ AI ใช้ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตจำนวนมหาศาลมาฝึกฝน ก่อให้เกิดคำถามเรื่องสิทธิ์ในการใช้ผลงานต้นฉบับของผู้สร้างสรรค์เดิม

ในอนาคตอันใกล้ Generative AI จะถูกผนวกเข้ากับเครื่องมือและแอปพลิเคชันที่เราใช้ทุกวัน ทำให้การทำงานร่วมกับ AI เป็นเรื่องปกติ และเป็นการ ยกระดับความสามารถในการสร้างสรรค์ ของมนุษย์ทุกคนให้สูงขึ้น

Sunday, November 16, 2025

Agile (อไจล์) 01

 Agile (อไจล์)

    อไจล์  แนวความคิดในการทำงาน  บริหารจัดการโครงการ หรือองค์กร ที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างมาในยุคปัจจุบัน  เนื่องจากการปรับเปลี่ยนรอบตัวเราเป็นอย่างรวดเร็ว  จะเห็นได้จากองค์ประกอบต่าง ๆ  การสื่อสารติดต่อ  ธุระกิจ  เศรษฐกิจสังคม  การศึกษา องค์กรทั้งในภาครัฐและเอกชน 

[Agile project management is an iterative approach to delivering a project throughout its life cycle. ]

[ การบริหารโครงการที่มุ่งเน้นที่จะส่งมอบ... ตลอดช่วงระยะเวลาวงรอบของการทำงาน]


Manifesto of  Agile (อุดมการณ์แห่งอไจล์)

    Agile เริ่มมาจากแนวคิดกระบวนการพัฒนาทางด้านซอร์ฟแวร์ เพื่อให้เกิดการทำงานที่เร็วขึ้น ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องเป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้  สนองต่อการปรับเปลี่ยนหรือปรับเปลี่ยนความต้องการของผู้ใช้งาน  ท้ายที่สุดก็เพื่อที่จะได้ซอฟร์แวร์(software)หรือโพรดัก(product)  ที่ถูกต้องเป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน  โดยมีหลักการแนวคิดกว้าง ๆ เพียง 4  ข้อ

Individuals and interactions over processes and tools

        คนและการมีปฏิสัมพันธ์กัน  มากกว่าการทำตามขั้นตอนและเครื่องมือ

Working software over comprehensive documentation

        ซอฟต์แวร์ที่นำไปใช้งานได้จริง  มากกว่าเอกสารที่ครบถ้วนสมบูรณ์

Customer collaboration over contract negotiation

        ร่วมมือทำงานกับลูกค้า  มากกว่าการต่อรองให้เป็นไปตามสัญญา

Responding to change over following a plan 

        การตอบรับกับการเปลี่ยนแปลง  มากกว่าการทำตามแผนที่วางไว้

    ซึ่งสามารถอธิบายโดยมุมมองของการบริหารจัดการ คือ  (1) Empowering teams    (2) Customer focus    (3) Output orientation    (4) Continuous adaptability  [ตามภาพ]

            เมื่อ Agile  เป็นเสมือนเพียง concept มุมมอง ปรัชชญา หรือ อุดมการณ์ (ที่ได้รับการกล่าวขานถึง)  จึงมีแนวทาง  ทฤษฎี  กระบวนการปฏิบัติ หรือ framework ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาอีกมากมาย ซึ่งมีส่วนเหมือนหรือสอดคล้องกับแนวทาง แนวคิด หรือปรัชชญาการทำงานแบบ Agile  . . .

. . . (ตอนต่อไป)