Generative AI [ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์]
จากการประมวลผล " สู่ " การสร้างสรรค์
เราคุ้นเคยกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในรูปแบบที่ใช้ ประมวลผล ข้อมูล เช่น การจัดเรียงอีเมล (Spam Filter) หรือการแนะนำสินค้า (Recommendation System) แต่เทคโนโลยีล่าสุดที่กำลังเปลี่ยนโลกคือ ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI)
Generative AI คือ AI ที่ไม่ได้แค่เรียนรู้และวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่ แต่มีความสามารถในการ สร้างสรรค์ (Generate) ผลลัพธ์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนได้ด้วยตัวเอง ผลลัพธ์เหล่านี้อาจอยู่ในรูปแบบของ ข้อความ (Text), รูปภาพ (Images), เสียง (Audio), หรือแม้กระทั่ง วิดีโอ (Video)
ลองนึกภาพว่าเราให้ AI อ่านหนังสือและชมภาพยนตร์ทั้งหมดบนโลกใบนี้ AI จะไม่ได้จำเนื้อหาทั้งหมด แต่จะเรียนรู้ รูปแบบ (Patterns) และ ความสัมพันธ์ (Relationships) ระหว่างข้อมูลเหล่านั้น
ตัวอย่าง: AI เรียนรู้ว่า "รถ" มักจะตามด้วย "วิ่งบนถนน" และ "ท้องฟ้า" มักมี "เมฆ" หรือ "ดาว"
โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models: LLMs): คือโมเดล Generative AI ที่เชี่ยวชาญด้านข้อความ เป็นเทคโนโลยีเบื้องหลังของเครื่องมืออย่าง ChatGPT หรือ Gemini โมเดลเหล่านี้เก่งในการทำนายคำหรือประโยคถัดไปได้อย่างเป็นธรรมชาติเหมือนมนุษย์
ผู้ใช้งานสื่อสารกับ Generative AI ผ่านการใส่ พร้อมท์ (Prompt) ซึ่งเป็นคำสั่งหรือข้อความที่อธิบายถึงสิ่งที่ต้องการให้ AI สร้างสรรค์
Prompt สำหรับข้อความ: "เขียนบทกวีสั้น ๆ เกี่ยวกับหุ่นยนต์ที่ตกหลุมรักดวงจันทร์"
Prompt สำหรับรูปภาพ: "สร้างภาพวาดสีน้ำมันของแมวในชุดอวกาศกำลังดื่มกาแฟ"
ผลลัพธ์: AI จะใช้ความรู้ที่เรียนรู้มา สร้างผลงานที่ตรงตามคำสั่งนั้น ๆ ขึ้นมาใหม่ทันที
แม้ Generative AI จะทรงพลัง แต่ก็มาพร้อมกับความท้าทายที่ต้องตระหนัก:
ข้อมูลบิดเบือน (Hallucination): บางครั้ง AI อาจสร้างข้อมูลที่ฟังดูน่าเชื่อถือ แต่ความจริงแล้ว ผิดพลาดหรือไม่เป็นความจริง ผู้ใช้จึงต้องตรวจสอบข้อมูลเสมอ
ลิขสิทธิ์และจริยธรรม: การที่ AI ใช้ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตจำนวนมหาศาลมาฝึกฝน ก่อให้เกิดคำถามเรื่องสิทธิ์ในการใช้ผลงานต้นฉบับของผู้สร้างสรรค์เดิม
ในอนาคตอันใกล้ Generative AI จะถูกผนวกเข้ากับเครื่องมือและแอปพลิเคชันที่เราใช้ทุกวัน ทำให้การทำงานร่วมกับ AI เป็นเรื่องปกติ และเป็นการ ยกระดับความสามารถในการสร้างสรรค์ ของมนุษย์ทุกคนให้สูงขึ้น
0 ความคิดเห็น:
Post a Comment